ย้อนรอยตำนานความยิ่งใหญ่ The International 2

แชร์ข่าว
Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter

ย้อนรอยตำนานความยิ่งใหญ่ The International 2

The International Dota 2 ครั้งที่ 2 หรือ TI2 โดยครั้งนี้จัดที่ Benaroya Hall ,Seattle Washionton มีงานรางวัลรวมถึง $1,600,000 โดยการแข่งครั้งนี้ได้เชิญทีมมา 14 ทีมและมีการคัดเลือกเป็นครั้งแรก

โดยแบ่งเป็น East และ West ฝั่งละ  2 ทีม

West Qualifiers

ฝั่ง West ทีมจะได้ผ่านการคัดเลือกเป็น Mortal Teamwork หรือ MTW ที่นำทีมโดย Synderen เป็นเพียงไม่กี่ทีมที่สามารถชนะ Na’Vi ได้ในขณะนั้นด้วย

East Qualifer

ฝั่ง East เป็น SEA+China ในตอนนั้นจีนโหดมากๆ ถึงขนาดที่เจอ Sea นี้ชนะทุกคู่เลยทีเดียว ทีมที่ผ่านการคัดเลือกเป็น TongFu ที่มี Mu Hao SanSheng ที่จะเป็นส่วนหนึ่ง Newbee ในอนาคตนั้นเอง

มีทีมไทยคือ MiTH-Trust ชนะคู่ปรับอย่าง Mineski ไป 2-0 แต่ไปแพ้ให้กับทีมจีนอย่าง TongFu 2-1 และ World Elite 2-0 ตกรอบไปอย่างน่าเสียดาย

 

Direct Invite

MUFC ได้ติดปัญหาทำให้ Mouz แข่งกับ World Elite เพื่อชิงตั๋วใบสุดท้ายเป็น Mouz ชนะไป 3-0 โดย Mouz ได้ Kuroky มาแทน ComeWithMe ที่มีปัญหา Visa

มีทีมจีนได้ Invite ถึง 4 ทีม มี IG LGD DK และ EHOME รองแชมป์ TI 1 โดยมี TongFu ผ่านรอบคัดเลือกมา

ทีมจาก SEA 3 ทีมคือ Orange ของ Mushi Zenith ของ hyhy และ iceiceice และ Absolute Legend จากออสเตรเลีย

ฝั่งตะวันตก อเมริกามีสองทีมคือ EG และ CoL ส่วนยุโรป + CIS มี 5 ทีม ได้แก่ Na’VI CLG Darer M5 และ MTW ที่ผ่านรอบคัดเลือกมาได้

ตัวเต็งของปีนี้จะเป็น Na’Vi IG DK LGD ซึ่งเป็นจีนไปสัก 3 ทีม เพราะช่วงนั้นจีนกำลังมาแรง ยิ่ง IG ที่คว้าแชมป์ระดับโลกของ Dota 1 มาด้วย

Meta TI2

เน้นการดันป้อมและการ Gank มากขึ้นเป็นยุคที่ Leshrac กับ Venomancer ถูกหยิบมาเพื่อการทำ First blood และการดัน ส่วน Naga Siren + Dark Seer จะเป็น Combo หลับแล้วรวบซึ่งในสมัยนั้นสามารถรวบ Vacuum ตอนหลับได้ทำให้ Setup ทำ Combo AOE ได้ง่ายมาก รวมถึงมี Invoker Enigma Tidehunter ที่เป็นตัวคุม Teamfight ได้ดี เป็น TI ที่ Rubick ถูกหยิบมาเล่น Mid ด้วย ยังเป็น Meta ที่ Hard carry ยังโหดอยู่ ตัวที่นิยมที่สุดจะเป็น Morphling

โดยใน Meta ช่วงนี้มี Lycan ที่โกงมาก สามารถดันป้อมได้ไวสุดๆ ฟาร์มได้ไวที่สุดในเกม ถึงแม้เลทเกมจะไม่โหดเท่า Hard Carry แต่เมื่อเล่น Lycan จะไม่มีเลทเกมให้อีกฝ่ายได้เล่นนั้นเอง

Nature Prophet เป็นตัวที่กดดันได้ทั้งแมพด้วยสกิล Teleportation และฟาร์มเป็น Carry อีกตัวได้ ทำให้เป็นจุดเริ่มต้นของการเล่น Split Push โดยมี Nature Prophet Lycan  Lone Druid และ Morhpling เป็นแกนหลัก

รอบแบ่งกลุ่ม

การแข่งจะเป็น 2 กลุ่ม เป็น Group A และ B โดยทีมที่ได้อันดับ 1-4 จะได้เล่นสายบน ที่เหลือจะได้เล่นสายล่าง

ซึ่งฝั่งตะวันออกหรือเอเชียที่ทำผลงานในรอบแบ่งกลุ่มได้ดีกว่าฝั่งตะวันตกอย่างเห็นได้ชัด

มี LGD ที่ไม่แพ้ใครเลยเป็นที่ 1 ในกลุ่ม A ตามมาด้วย DK ของ Burning EG ที่นำโดย Fear และ Zenith ของ Hyhy ที่มี Loda ด้วย

ใน กลุ่ม B เป็น IG ที่แพ้เพียง 1 เกมให้กับเพื่อนร่วมชาติอย่าง EHOME ตามมาด้วย CoL จากอเมริกา

Orange ที่มี 2 เสือจาก SEA คือ Mushi และ YamateH และแชมป์เก่า Na’Vi เป็นอันดับ 4

รอบ Main Event

ในรอบแรกของสายบน ทีมจีนอย่าง LGD และ IG ได้ชนะ Orange และ EG ไป ส่วน CoL แพ้ให้กับ Zenith

ทำให้ในสายล่างทีมจากตะวันตกอยู่รอดแค่เพียงรอบที่ 2 เท่านั้น โดนจีนกับ SEA เก็บตกรอบไปอย่างรวดเร็ว ทำให้มีทีมจีนเต็มตารางอย่างรวดเร็ว

ในสายบนจะเห็นได้ว่า Na’Vi ฝ่ากำแพงเมืองจีนไปถึง 3 ทีมคือ DK IG และ LGD ซึ่งชนะ 2-1 ทั้งหมด

ในเกม Na’Vi vs IG มีช็อตแห่งประวัติศาสตร์อย่าง The Play ด้วย

Na’Vi vs IG สายบน

โดยในการเจอกันระหว่าง Na’Vi vs IG ในสายบนนั้น ในเกมแรก Na’Vi ได้กล่าว GG ไปภายใน  16 นาทีเท่ากัน โดยที่ Na’Vi ไม่ไปฆ่าสักตัวและไม่ได้ป้อมด้วยซ้ำ

ในเกมที่สอง IG หยิบเป็น 3 สุดยอด Combo อย่าง Naga Darkseer และ Tidehunter Na’Vi ตอบโต้เป็น Juggernaut ซึ่งยังไม่นิยมมากนักในขณะนั้นมาเป็นแกนกลางในแผนดัน และทีเด็ดอย่าง Rubick ของ Dendi โดยมีช็อตในตำนานอย่าง The Play ที่ทำให้ Na’Vi ชนะเกมนี้ไปได้

ชมคลิป Na’Vi vs IG 

ในเกมที่สาม เกมตัดสิน Na’Vi ได้ชนะ IG ไปอย่างง่ายดาย ด้วยสกอร์ 3-19 ทำให้ IG ต้องลงไปเล่นสายล่าง ซึ่ง IG ก็ได้กลับมาจากขุมนรกเพื่อมาล้างตากับ Na’Vi

รอบชิงชนะเลิศ Na’Vi vs IG

เกมแรก Na’Vi ใช้ Combo Naga + Darkseer และ Puppey ได้เล่น Chen ตัวถนัด แต่ Na’Vi ไม่เคยเล่น Combo นี้มาก่อน ทำให้ IG เจาะแผนออกและชนะเกมแรกไปอย่างง่ายดาย

เกมที่สอง Na’Vi ยังคงใช้ Combo เดิม แต่ Dendi เปลี่ยนจาก QoP เป็น DK Line-up ฝั่ง IG ยังคงไม่เปลี่ยนแปลงไปมากเช่นกัน โดยในเกมนี้ Na’Vi ชนะไปในนาทีที่ 19 เท่านั้น เป็นผลจากแนวหน้าที่ถึกอย่าง DK ทำให้ IG ไม่สามารถทำอะไรได้มาก

เกมที่สาม Na’Vi ยังคงหยิบ Naga มา แต่ IG ได้ Darkseer Enigma Disruptor และ QoP ซึ่งเป็นตัวทำ Teamfight สุดโหดและมี Lone Druid ที่มีลูกหมีเป็นตัวค้ำ โดยในเกมนี้ IG ชนะทุกเลนตั้งแต่ต้นเกม ทำให้ Na’Vi ต้องตามหลังโดยที่แต่ละตัวต้องการเงิน ทำให้แพ้ไปในที่สุด

 

เกมที่สี่ IG ขาดเพียงแค่ 1 เกมจะได้แชมป์ TI โดยเกมนี้ IG ได้ทั้ง Naga Darkseer และ Tidehunter Ferrari_430 ได้เล่น TA ตัวถนัดด้วย Na’Vi ได้เดิมพันกับการเลือก Nyx ซึ่งเป็นครั้งแรกที่ Nyx ถูกเลือกมาเล่นในทัวร์ เพื่อแก้ทาง Kotl ของ IG

Kotl ใช้ Chakra Magic ให้ Naga เรื่อยๆ ทำให้ Naga ฟาร์มได้อย่างต่อเนื่อง Kotl เป็นการเลือกที่ดีมากในการเจอกับ Juggernaut + Lone Druid ที่ Na’Vi ตั้งใจเลือกมาดัน โดย Kotl จะ Illuinate ดันกลับไปได้ โดยทั้งเกม Na’Vi ขโมย Ravage ได้เพียงหนึ่งครั้งเท่านั้น IG ชิงความได้เปรียบอย่างต่อเนื่องจนในนาทีที่ 55 Na’Vi ก็ได้แพ้ Teamfight ที่เลนบน หน้าป้อม Tier 3 จึงต้องกล่าว GG ไป ทำให้ IG ชนะไป 3-1 เกมคว้าแชมป์ TI2 ได้ในที่สุด